รับติดฟิล์มอาคาร ฟิล์มนิรภัย ฟิล์มตกแต่งภายใน ฟิล์มฝ้าขาวขุ่น

จิรายุฟิล์มและผ้าม่าน - 2015 ผู้เชี่ยวชาญด้านการติดตั้งฟิล์มอาคาร บ้าน คอนโด
รับติดฟิล์มบ้าน รับติดฟิล์มอาคาร รับติดฟิล์มคอนโด และ สติกเกอร์ฝ้า ทุกยี่ห้อ
บริการผ้าม่าน รับติดตั้งผ้าม่านทุกเเบบ ม่านม้วน ม่านจีบ ม่านโปร่ง กันเเดด กันยูวี

ฟิล์มกรองแสงคืออะไร..


ฟิล์มกรองแสงคืออะไร..
ฟิล์มกรองแสงลดความร้อน ผลิตจากพลาสติกโพลีเอสเตอร์ที่มีคุณสมบัติเหนียว ใส เรียบ ยืดหยุ่นน้อย ไม่ดูดซับความชื้น มีความทนทานต่อสภาพอากาศทั้งสูงและต่ำได้เป็นอย่างดี ในเนื้อฟิล์มกรองแสง จะมีวัสดุที่ใช้เพื่อป้องกันความร้อนและรังสียูวี โดยใช้เทคโนโลยี ในการผลิตเป็นชิ้นๆ ผสานด้วยกาวพิเศษเพื่อการยึดเกาะได้อย่างเหนียวแน่น ซึ่งคุณสมบัติดังกล่าว จึงเหมาะที่จะนำไปเป็น ฟิล์มอาคาร ฟิล์มคอนโด ฟิล์มโรงแรม ฟิล์มรีสอร์ท ฟิล์มสำนักงาน ฟิล์มที่พักอาศัยและฟิล์มติดกระจกในสถานที่ต่างๆ

ความหนา (Thickness)  |  ความหนาของฟิล์มจะมีหน่วยวัดเป็น MIL (มิว) โดย 1 MIL = 0.001 นิ้ว ( 1/1000 นิ้ว)   ความหนาของฟิล์มกรองแสงจะอยู่ระหว่าง 1.5-2.0 มิล. (.0015-.0020 นิ้ว) 


  • ฟิล์มเข้ม 80 คือฟิล์มที่ยอมให้แสงส่องผ่าน ( VLT ) ได้ประมาณ 5 %
  • ฟิล์มเข้ม 60 คือฟิล์มที่ยอมให้แสงส่องผ่าน ( VLT ) ได้ประมาณ 20 %
  • ฟิล์มเข้ม 40 คือฟิล์มที่ยอมให้แสงส่องผ่าน ( VLT ) ได้ประมาณ 40-50 %
    **และถ้าใสกว่านี้โดยทั่วไปก็จะเรียกว่าฟิล์มใส

  • ค่าแสงส่องผ่าน (Visible Light Trasmittance) ค่า VLT สูง = สามารถส่องผ่านได้มาก = ทำให้ห้องสว่าง
  • การสะท้อนของแสง (Visible Light Reflectance) ค่า VLR สูง = มีปริมาณปรอทมาก = แสงสะท้อนได้มาก = สามารถลดความร้อนดี
  • การป้องกันความร้อน (Infrared Light Rejection) ค่า IR สูง = สามารถลดความร้อนดี
  • การลดรังสียูวี (UV Rejection) โดยปกติฟิล์มทุกชนิดจะสามารถป้องกัน UV ได้เท่ากันคือ 99%

หลายๆ คนยังเข้าใจผิดๆว่า ฟิล์มที่มีสีเข้มหรือทึบ ช่วยลดความร้อนได้ดี ในความจริงแล้ว สีหรือความทึบของฟิล์มกรองแสงไม่ได้เป็นตัวช่วยลดความร้อน แต่กลับเป็นสารเคลือบตัวอื่นๆ ที่ทำหน้าที่หลักนี้ต่างหาก 

ส่วนประกอบของความร้อนที่เราได้รับนั้นมีสัดส่วนและแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ
  1. ความสว่างของแสงมีสัดส่วน 44%
  2. รังสีอินฟาเรด (รังสีใต้แดด) มีอยู่ 53%
  3. รังสียูวี (รังสีเหนือม่วง,รังสีอุลตร้าไวโอเลต) มีอยู่ 3%
ดังนั้นฟิล์มกรองแสงที่สามารถลดความร้อนได้ดีควรจะลดรังสีทั้ง 3 ส่วนได้มากๆ

ตัวอย่างเช่น หากท่านติดฟิล์มกรองแสงที่มีความทึบแสงมากๆ แต่ฟิล์มกรองแสงนั้นๆ เป็นประเภทฟิล์มย้อมสีหรือเป็นฟิล์มกรองแสงที่ไม่ได้มีส่วนผสมของโลหะหรือ สารพิเศษใดๆ ท่านจะรู้สึกถึงความร้อนที่ผ่านชั้นผิวของฟิล์มกรองแสงเข้ามา นั่นก็คือฟิล์มกรองแสงนั้นๆสามารถลดได้แค่ความสว่างของแสงที่มีสัดส่วนอยู่ 44% แต่รังสีอินฟาเรดยังสามารถผ่านทะลุเข้ามาได้จนรู้สึกถึงความร้อน ในทางกลับกันหากท่านติดฟิล์มกรองแสงที่มีส่วนผสมพิเศษไม่ว่าจะเป็นส่วนผสม ของโลหะหรืออื่นๆ แต่ฟิล์มกรองแสงนั้นๆ มีค่าความทึบแสงน้อย(แสงส่องผ่านเข้าไปได้เยอะ) ท่านก็จะรู้สึกถึงความร้อนจากความสว่างของแสงที่ส่องผ่านฟิล์มกรองแสงเข้ามา ส่วนรังสียูวีนั้นเป็นส่วนประกอบน้อยมากของความร้อน (3%) ซึ่งฟิล์มกรองแสงเกือบทั้งหมดสามารถลดรังสียูวีได้มากกว่า 99% อยู่แล้ว

ส่วนประกอบของความร้อน
ฟิลม์กรองเเสงเป็นวัสดุที่ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อใช้ในการควบคุมพลังงานความร้อนจากเเสงอาทิตย์ ผลิตจากพลาสติกชนิดหนึ่งซึ่งทำจากเเผ่นโพลีเอสเตอร์ต่างๆ (PVDG, Tedlar Foils Metallized Film, Acetate, PET,Polyolefins and Polycarbonates) โดยใช้เทคโนโลยีในการเคลือบชั้นฟิล์ม ต่างๆกันเช่น สี,โลหะ, กาว, สารกันรอยขีดข่วน, สารดูดซับรังสี uv ซึ่งเเผ่นโพลีเอสเตอร์เป็นวัสดุที่เหมาะต่อการผลิตฟิล์มเนื่องจากมีความเหนียว ทนทาน ยืดหยุ่นน้อย ดูดซับความชื้นน้อย เเละสามารถทนอุณหภูมิได้ทั้งสูงต่ำ ซึ่งเหมาะสำหรับการนำไปใช้เป็น ฟิล์มอาคาร ฟิล์มคอนโด ฟิล์มที่พักอาศัย และฟิล์มกระจกในที่ต่าง ๆ


ส่วนประกอบของความร้อนที่เราได้รับนั้นมีสัดส่วนและแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ 

- ความสว่างของแสงมีสัดส่วน 44%
- รังสีอินฟาเรด (รังสีใต้แดด) มีอยู่ 53%
- รังสียูวี (รังสีเหนือม่วง,รังสีอุลตร้าไวโอเลต) มีอยู่ 3%


สาเหตุที่ติดฟิล์มกรองแสงกันร้อน แล้วยังร้อน! เหตุผลเป็นเพราะฟิล์มกรองแสงทั่วไป กันความร้อนจากดวงอาทิตย์ได้เพียงรังสี UV และแสงสว่าง (VL) เท่านั้น ซึ่งเป็นเพียง 44% ของความร้อนทั้งหมด ที่เหลือคือความร้อนจากรังสีอินฟราเรด(IR) ที่มีมากถึง 53% ดังนั้น เวลาเลือกฟิล์มกรองแสงที่กันร้อนได้จริง ต้องดูที่ค่ารังสีอินฟราเรด (IR) เป็นหลัก 

ประโยชน์ของการติดฟิล์มกรองแสงลดความร้อน
ฟิล์มกรองแสง
1. ลดแสงจ้า ลดความร้อน และป้องกันรังสียูวี การติดฟิล์มกรองแสงนั้น สามารถลดความร้อนจากแสงแดดไม่ให้ผ่านเข้ามาภายในตัวอาคารได้ และป้องกันรังสียูวี ที่จะเป็นอันตรายต่อผิวและดวงตา ปกป้องเฟอร์นิเจอร์ไม่ให้ขีดจางจากรังสียูวี สร้างบรรยากาศเย็นสบายและป้องกันผิวหมองคล้ำและการเกิดฝ้าริ้วรอย
2. ลดภาระค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้า เมื่อเราติดฟิล์มกระจกของตัวอาคารแล้ว การป้องกันไม่ให้ความร้อนผ่านเข้าไปนั้น ช่วยให้เครื่องปรับอากาศไม่ทำงานหนัก เพราะอุณหภูมิที่ลดลงจากการติดฟิล์มกันร้อนนั้น ทำให้ระบบปรับอากาศกินไฟน้อยลง สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าที่เกิดจากระบบปรับอากาศได้ 10-15%
3. สร้างความโดดเด่นทันสมัยให้แก่อาคารที่ติดฟิล์ม อาคารที่ติดฟิล์มกรองแสง จะมีความสวยงามโดดเด่นขึ้นมาจากเงางามของฟิล์มกรองแสงชนิดต่างๆ ซึ่งท่านสามารถเลือกสีของฟิล์ม เพื่อให้เหมาะกับอาคารหรือองค์กรของท่าน
4. สร้างความเป็นส่วนตัว โดยไม่บดบังทัศนียภาพ
5 .ช่วยลดอันตรายจากการแตกกระจายของกระจก 


ฟิล์มนิรภัย
1. ป้องกันการแตกกระจายของกระจก ยึดกระจกไม่ให้แตกร้าว ลดอุบัติเหตุที่เกิดจากการบาดของกระจกที่แตก
2. ช่วยลดระยะเวลาในการทุบทำลายเมื่อถูกกระแทกด้วยของแข็ง โดยระยะเวลาจะขึ้นอยู่กับความหนาของฟิล์มนิรภัย (มิล)


ฟิล์มตกแต่ง
1. เพิ่มความสวยงามให้กระจก
2. สร้างความเป็นส่วนตัว เป็นสัดส่วน 
3. ลดแสงรบกวนจากภายนอก


ฟิล์มรถยนต์
1. ลดความร้อนจากแสงแดด
2. ช่วยลดแสงจ้า ในภาวะที่แดดจัดๆ ถนอมสายตา
3. ป้องกันรังสีอุลตร้าไวโอเลตจากแสงแดด ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้ผิวเป็นฝ้า ตกกระ
4. ช่วยชลอการซีดจางและเสื่อมสภาพของวัสดุอุปกรณ์ตกแต่งภายในรถยนต์
5. ช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องปรับอากาศ เพราะทำให้แอร์ทำงานน้อยลง ซึ่งจะช่วยประหยัดน้ำมันได้อีกทางหนึ่งด้วย
6. ช่วยลดอันตรายจากการแตกกระจายของกระจกรถยนต์ในเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ


ติดฟิล์มอาคารกรองแสงหรือผ้าม่านดี
การติดม่านกันแดด นั้นสามารถเพิ่มความสวยงาม ความเป็นส่วนตัวให้แก่ห้องของท่านได้ เพราะท่านสามารถเลือกเปิดหรือปิดได้ว่าจะให้แสงเข้ามากน้อยเพียงใด และ สามารถลดความร้อนจากแสงแดดได้บางส่วน แต่ม่านกันแดดโดยทั่วไปแล้ว จะไม่สามารถกันรังสีอินฟราเรดหรือรังสีความร้อนที่เกิดจากดวงอาทิตย์ได้ เพราะฉะนั้นการติดฟิล์มกรองแสง จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการลดความร้อนและลดแสงจ้าภายในห้องได้

หลายๆ คนที่ไม่ชอบการติดรับติดฟิล์มอาคาร ด้วยความเข้าใจที่ว่าฟิล์มกรองแสงจะบดบังทัศนะวิสัย มืด หรือสะท้อนแสงมากเกินไป แต่ด้วยเทคโนโลยีการผลิตฟิล์มสมัยใหม่ ทำให้ฟิล์มมีความหลากหลาย มีทุกแบบทุกประเภทให้ทุกท่านได้เลือกให้ตรงกับความต้องการท่าน

ฟิล์มกรองแสงบางประเภทจะมีความใส แต่สามารถกันความร้อนได้ดีมาก ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของคนที่คิดจะติดฟิล์มลดความร้อน แต่ถ้าจะให้ดีที่สุด การติดทั้งรับติดฟิล์มอาคารกรองแสง และติดทั้งม่านกันแดด จะสามารถกันร้อนและกันแสงได้ดีที่สุด

เมื่อฟิล์มอาคารแห้งสนิทและกาวยึดติดกระจกแล้ว 
มีข้อควรระวังดังนี้

ฟิล์มแต่ละประเภทแต่ละยี่ห้อ จะมีระยะเวลาการรับประกันต่างกัน ตั้งแต่รับประกัน 7ปี / 8ปี / 12 ปี / 15 ปี หากดูแลไม่ถูกวิธีก็อาจจะทำให้อายุการรับประกันฟิล์มติดอาคารหรือฟิล์มติดรถ มีคุณภาพลดลงได้

โดยปกติแล้วเวลาติดตั้งฟิล์มอาคาร หรือรถยนต์นั้นจะมีการใช้น้ำยาติดตั้ง ฉีดลงไปบนกระจกที่ติดตั้งพร้อมกับบนกาวของแผ่นฟิล์ม เพื่อให้สามารถเลื่อนขยับฟิล์มกรองแสงได้ตามความต้องการ เสร็จแล้วจึงรีดออกด้วยเครื่องมือรีดน้ำยาแบบต่างๆ อาจจะทำให้เกิดน้ำขังอยู่ระหว่างแผ่นฟิล์มกับกระจกได้ ทำให้มองดูไม่ชัดเจน ถือเป็นเรื่องปกติ อาการเหล่านี้จะหายไปเอง ภายในเวลา 3-4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับความหนาของฟิล์ม และสภาพอากาศ
1. ห้ามใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ , ผ้าหยาบ , ขนแปรง , สก็อตซ์ไบรต์ หรือวัสดุอื่นๆ เช็ดลงบนเนื้อฟิล์มกรองแสง
2. ห้ามใช้น้ำยาเช็ดกระจก / สารเคมีอื่นใด ที่มีส่วนผสม ของแอมโมเนีย ทำความสะอาดกระจก
3. แนะนำให้เช็ดด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำ เช็ดเบาๆลงบนแผ่นฟิล์มก่อนเช็ดทำความสะอาด
4. ห้ามเช็ดล้างด้วยน้ำยาล้างกระจกที่มีส่วนผสมของสารแอมโมเนีย เช็ดทำความสะอาดฟิล์มโดยเด็ดขาด

สนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
โทรศัพท์ : 02-889-7350 แฟกซ์ : 02-889-7315
มือถือ : 099-635-9424 (TRUE) , 081-735-9512 (AIS)
Fanpage :
 จิรายุฟิล์มและผ้าม่าน - 2015